From womb to tomb : prevention shapes our lives
วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 - 29 พฤษภาคม 2569
สถานที่
โรงแรม เดอ ไพรม์ รางน้ำ กรุงเทพฯ
หลักการและเหตุผล
ทันตกรรมป้องกันเป็นรากฐานสำคัญของการดูแลสุขภาพช่องปากที่มุ่งเน้นการป้องกันโรค และปัญหาสุขภาพช่องปากตั้งแต่เริ่มต้น มากกว่าการรอให้เกิดปัญหาแล้วจึงมารักษา แนวคิดการดูแลสุขภาพช่องปากตลอดช่วงชีวิต (life-course approach) สะท้อนถึงความต่อเนื่องของการดูแลสุขภาพช่องปาก ตลอดช่วงชีวิตของมนุษย์ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ผ่านวัยเด็ก วัยผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ จนถึงการดูแลแบบประคับประคอง โดยองค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ได้ระบุว่าโรคช่องปากเป็นภาระโรคที่สำคัญทั่วโลก และโรคฟันผุในฟันแท้เป็นภาวะสุขภาพที่พบบ่อยที่สุด รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 9 ประเทศไทย พ.ศ. 2566 พบว่าเด็กไทย อายุ 3 ปี มีฟันผุร้อยละ 46.1 เด็กอายุ 5 ปี มีฟันผุร้อยละ 70.4 และผู้สูงอายุ 60-74 ปี มีฟันผุร้อยละ 60.0 โรคปริทันต์ร้อยละ 48.7แสดงให้เห็นว่าภาระโรคช่องปากยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในทุกกลุ่มวัย การดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีควรเริ่มตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ เนื่องจากสุขภาพช่องปากของมารดามีความสัมพันธ์กับผลลัพธ์การตั้งครรภ์และสุขภาพทารก การมีโรคปริทันต์ในหญิงตั้งครรภ์เพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดและทารกน้ำหนักแรกเกิดน้ำหนักต่ำ นอกจากนี้ มารดาเป็นแหล่งถ่ายทอดเชื้อก่อโรคฟันผุหลักสู่ทารก การให้ความรู้และการดูแลสุขภาพช่องปากของมารดาจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการป้องกันโรคช่องปากในเด็ก ในวัยเด็กและวัยผู้ใหญ่ แนวทางการจัดการโรคฟันผุได้มีการพัฒนาไปจากแนวคิดแบบเดิมที่เน้นการอุดฟันเป็นหลัก มาสู่แนวทางที่เน้นการประเมินความเสี่ยง การควบคุมปัจจัยเสี่ยง และการรักษาแบบ Minimal Intervention Dentistry ทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยได้จัดทำแนวทางการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุและการจัดการ เพื่อเป็นแนวทางการดูแลรักษาโรคฟันผุที่เป็นมาตรฐานสากล รวมถึงเทคนิค Resin Infiltration ซึ่งเป็นวิธีการรักษาโรคฟันผุในระยะเริ่มต้นที่ผิวเรียบและระหว่างซี่ฟันโดยไม่ต้องเจาะฟัน และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนประสิทธิภาพในการหยุดยั้งการลุกลามของรอยโรค อย่างไรก็ตาม ความรู้และเทคนิคทางทันตกรรมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพช่องปากของผู้ป่วย การสื่อสารเพื่อสร้างแรงจูงใจจึงมีบทบาทสำคัญ Motivational Interviewing เป็นเทคนิคการสื่อสารที่มุ่งเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางและมีประสิทธิภาพในการช่วยให้ผู้ป่วยเกิดแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ งานวิจัยพบว่าการใช้ Motivational Interviewing ในทันตกรรมสามารถปรับปรุงสุขอนามัยช่องปากและลดพฤติกรรมเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ การนำเทคนิคนี้มาปรับใช้ในเวลาจำกัดของการให้บริการทันตกรรมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารและผลลัพธ์ทางสุขภาพ สำหรับกลุ่มผู้ป่วยพิเศษและผู้สูงอายุ การดูแลสุขภาพช่องปากมักถูกมองข้ามและไม่ได้รับความสำคัญเท่าที่ควร เด็กและผู้ใหญ่ที่มีความต้องการการดูแลสุขภาพพิเศษ (Special Health Care Needs) มักประสบปัญหาสุขภาพช่องปากมากกว่าประชากรทั่วไปเนื่องจากข้อจำกัดทางร่างกายและจิตใจในการดูแลตนเอง การใช้ยาบางชนิด และภาวะทางการแพทย์ที่ซับซ้อน ผู้สูงอายุโดยเฉพาะกลุ่มที่มีภาวะพึ่งพิงในการ ทำกิจวัตรประจำวันและผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมมักมีสุขภาพช่องปากที่ไม่ดีเนื่องจากไม่สามารถดูแลตนเองได้อย่างเพียงพอ ซึ่งนำไปสู่การติดเชื้อในช่องปาก ความเจ็บปวด ปัญหาการบดเคี้ยวและกลืน และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต การดูแลสุขภาพช่องปากในกลุ่มนี้ต้องอาศัยความรู้และทักษะเฉพาะทาง รวมถึงความเข้าใจในการจัดการผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดในระยะประคับประคองและระยะสุดท้ายของชีวิต การดูแลสุขภาพช่องปากมีความสำคัญต่อการรักษาศักดิ์ศรีและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย แม้ว่าการรักษาฟันอาจไม่ใช่ความสำคัญหลัก แต่การทำความสะอาดช่องปากอย่างเหมาะสมสามารถลดความไม่สุขสบาย ป้องกันการติดเชื้อ และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถพูดและรับประทานอาหารได้สุขสบายมากขึ้น ทันตบุคลากรจำเป็นต้องมีความรู้ในการประเมินความต้องการและการให้การดูแลช่องปากที่เหมาะสมกับสภาวะของผู้ป่วยในระยะนี้อย่างมีความเห็นอกเห็นใจและเคารพในความต้องการของผู้ป่วย จากเหตุผลดังกล่าว การจัดโครงการอบรม "From womb to tomb: prevention shapes our lives" จึงมีความจำเป็นและสอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาศักยภาพของทันตบุคลากรให้มีความรู้และทักษะในทันตกรรมป้องกันที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย ตั้งแต่การดูแลมารดาตั้งครรภ์และทารกแรกเกิดการจัดการโรคฟันผุด้วยแนวทางที่ทันสมัย การสื่อสารเพื่อสร้างแรงจูงใจ การดูแลผู้ป่วยพิเศษและผู้สูงอายุไปจนถึงการดูแลในระยะประคับประคองและระยะสุดท้ายของชีวิต โครงการนี้ออกแบบให้มีทั้งการบรรยายเพื่อถ่ายทอดความรู้ตามหลักฐานเชิงประจักษ์และการฝึกปฏิบัติเพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็น ซึ่งทันตบุคลากรที่เข้าอบรมจะสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ประชาชนและผู้ป่วยได้รับการดูแลสุขภาพช่องปากที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับช่วงวัยและสภาวะสุขภาพ ซึ่งจะช่วยลดภาระโรคช่องปากและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในที่สุด
วัตถุประสงค์
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับหลักการและบทบาทของการป้องกันโรคในช่องปากตั้งแต่ระยะก่อนคลอด วัยเด็ก วัยผู้ใหญ่ จนถึงวัยสูงอายุ รวมถึงผู้ป่วยที่มีความต้องการพิเศษ และผู้ป่วยระยะท้ายของชีวิต และเพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับจากการอบรมไปประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วย การจัดบริการเชิงป้องกัน และการพัฒนาคุณภาพงานทางทันตกรรมในหน่วยงานของตน อันจะช่วยลดภาระโรคในช่องปากและยกระดับสุขภาพช่องปากของประชากรในระยะยาว
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องและบริการวิชาการ
กำหนดการ
| ที่ | ชื่อเอกสาร | ดาวน์โหลด |
|---|---|---|
| 1 | กำหนดการ.pdf |
รูปแบบลงทะเบียน / จำนวนรับ
บรรยายและฝึกปฏิบัติ 50 คน
ระยะเวลาที่จัด
27 พฤษภาคม 2569 ถึง 29 พฤษภาคม 2569
คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ
กลุ่มผู้ลงทะเบียน
ประเภทผู้ลงทะเบียน
กำหนดการรับสมัคร
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
การชําระเงิน
หมายเหตุ
เอกสารประกอบโครงการ
| ที่ | ชื่อเอกสาร | ดาวน์โหลด |
|---|---|---|
| 1 | หนังสือเชิญประชุม | |
| 2 | รายละเอียดโครงการ | |
| 3 | ค่าลงทะเบียน |